ปลายกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีข่าวที่ช๊อคความรู้สึกของประชาชน เมื่อคนเลี้ยงวัวที่อำเภอแวงใหญ่จังหวัดขอนแก่น ได้ยินเสียงแอ้ๆ นึกว่าเสียงตุ๊กแกจึงเดินหาแล้วใช้ไม้ขุดดิน พบทารกถูกฝังไว้ตามตัวมีแผลเป็นรู 14 แผล ทารกถูกส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลทันที และรอดชีวิตมาได้อย่างปาฏิหาริย์ จากการสืบสวน พบว่าแม่ของทารกนี้อายุ 42 ปีคลอดเองระหว่างไปทำสวน แล้วลงมือแทงทารกที่คลอดออกมา หลังจากนั้นจึงนำไปฝังดิน เธอปกปิดสามีเรื่องท้อง เธอไม่ต้องการลูกและท้องจนครบกำหนด
ลุงหมอเชื่อว่าเธอมีปัญหาท้องไม่พร้อม แต่การแก้ปัญหาด้วยตัวเธอเองนั้นจบอย่างน่าเศร้า
ก่อนหน้านั้นหลายปีที่จังหวัดเดียวกัน ก็มีผู้หญิงคลอดลูกเองในห้องพักของอาพาร์ทเมนท์แห่งหนึ่ง เธอมีอาการตกเลือดจนเสียชีวิตพร้อมทารกมาแล้วหลายวัน ต่อมาสามีซึ่งไม่รู้มาก่อนว่าเธอตั้งครรภ์ ได้มาพบศพแม่ลูกที่ห้อง เพราะว่าฝ่ายชายมีภรรยาหลายคน แต่ฝ่ายหญิงเมื่อรู้ว่าท้องแต่ไม่ได้ต้องการ จึงปกปิดไว้เดิมทีชาวบ้านละแวกนั้นเล่าว่าเธอได้ตกลงที่จะยกลูกให้แม่ค้าคนหนึ่ง แต่การปกปิดทำให้ไม่ฝากท้องและคลอดที่โรงพยาบาล ทำให้เสียชีวิตในที่สุด
ลุงหมอเองก็รู้สึกสะเทือนใจกับเหตุการณ์การตั้งครรภ์ไม่พร้อมทั้งสองกรณี มองว่าเป็นเรื่องวิกฤตของผู้หญิง ที่จริงผู้หญิงที่ประสบปัญหาควรมีสิทธิที่จะเข้าถึงการปรึกษาท้องไม่พร้อมและบริการทางการแพทย์ แล้วเรื่องเศร้าใจเหล่านั้นก็ไม่น่าจะเกิดขึ้น
ถ้าง่ายๆ ถ้ารู้ว่าท้องและคิดว่าไม่พร้อมให้โทรได้เลยที่สายด่วนปรึกษาท้องไม่พร้อม 1663
ส่วนผลการตัดสินใจหลังปรึกษา ไม่ว่าจะท้องต่อหรือยุติการตั้งครรภ์ ก็จะเป็นทางเลือกของผู้หญิงเอง
ลุงหมอได้พบผู้หญิงที่ได้ไปทำแท้งมา 3 ราย ที่มีปัญหาหลังจากนั้น น่าสนใจไหมครับ จะเล่าให้ฟังนะครับ
รายที่ 1 เธอมาพร้อมกับแฟนเมื่อวันที่ 21 ก.พ. บอกว่าท้อง 8 สัปดาห์ แต่ไม่สามารถท้องต่อได้ เหตุผลที่ตัดสินใจเช่นนี้เพราะยังไม่ได้แต่งงาน ความจริงเธอไม่อยากทำ แฟนเธอก็ต้องการลูกไม่ให้ทำ แต่แม่บอกให้ยุติการตั้งครรภ์เสีย เธอเลือกที่จะเชื่อแม่เพราะกลัวแม่อาย แม่รับราชการเป็นครู อีกปัญหาคือฝ่ายชายมีเมียอยู่แล้วโดยไม่ได้มีลูกด้วยกัน แต่เธอได้ไตร่ตรองวเองแล้ว จึงได้ไปสถานบริการแห่งหนึ่งเมื่อวันที่ 10 ม.ค. ที่ผ่านมาใช้วิธีทางศัลยกรรม (MVA) คือการดูดโดยกระบอกดูดสุญญากาศ หลังทำมาแล้วมีเลือดออกจากช่องคลอดวันที่ 16-20 ม.ค. เธอดีใจนึกว่าเมนส์มาแล้ว ซึ่งลุงหมอแย้งว่านี่เป็นเลือดออกหลังแท้งไม่ใช่ประจำเดือนนะครับ ช่วงนั้นแต่ละวันได้ใส่ผ้าอนามัยแผ่นเล็ก 3 แผ่นๆ ใหญ่ 1 แผ่น เธอคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา เพราะไม่ได้ปวดท้อง มีเพียงแต่รู้สึกหน่วงๆ ท้องน้อย แต่ 15 วันต่อมา ก็ยังพบว่ามีเลือดออกมาทางช่องคลอดแบบกะปริดกะปรอย ใส่ผ้าอนามัยเลือดไม่เต็มแผ่น บางวันเลือดออกสีแดงสด บางวันสีน้ำตาลเข้ม บางวันไม่มีเลือดออก เธอไม่ได้ไปปรึกษาแพทย์ที่เธอให้ช่วยเหลือ แต่พอมาถึงวันที่ 1 ก.พ.เธอกลับปวดท้องน้อย เธอสงสัยว่าเพราะเหตุใด จึงได้ตรวจปัสสาวะเองก็ขึ้น 2 ขีด เข้าใจว่าเธอตั้งครรภ์ใหม่
เธอจึงได้ไปที่โรงพยาบาล แพทย์ได้ตรวจอัลตร้าซาวด์ พบว่ามีเลือดอยู่ในมดลูก ไม่ได้ท้องและรับไว้นอนโรงพยาบาล แต่หลังจากออกจากโรงพยาบาลมา 5 ก.พ. ก็ยังมีเลือดออกกะปริดกะปรอยอีก หยุดไปสักพัก ต่อมาก็มีเลือดออกมาเป็นลิ่มๆ และหยุดไปจนมาวันที่ 20 ก.พ. มีเลือดไหลพรั่งพรูออกมาประมาณ 10 นาทีก็หยุด เธอจึงมาพบลุงหมอพร้อมกับพรั่งพรูคำถาม เรื่องเมนส์ ไข่ตก และกลัวว่าต้องขูดมดลูก ลุงหมอตรวจอัลตร้าซาวด์พบเศษรกค้างเล็กน้อยการรักษาอาจเลือกดูดออกให้หมด หรือรอดูอาการ ถ้ามีเลือดออกเรื่อยๆ ก็อาจหลุดเองได้ เธอเข้าใจและเลือกที่จะรอดูอาการ หลังจากนั้นเธอก็หายเป็นปกติ
รายที่ 2 มาเมื่อวันที่ 16 มี.ค.บอกว่าเธอท้องได้ 4 เดือน ได้ทำแท้งไปแล้วเดือนเศษที่สถานบริการแห่งหนึ่ง หลังจากนั้นมีเลือดออกจากช่องคลอดตลอด แต่ 4 วันก่อนหน้านี้กลับมีเลือดออกมากจนตกใจ จึงไปตรวจที่โรงพยาบาล แพทย์จะให้นอนพักรักษาแต่เธอขอกลับบ้าน และมาพบลุงหมอ ตรวจความดันโลหิตปกติ (130/80 มม.ปรอท) ชีพจรเร็วเล็กน้อย 88 ครั้ง/นาที ไม่มีไข้ ซีดเล็กน้อย ตรวจอัลตร้าซาวด์พบเศษรกและเลือดขังในโพรงมดลูกจำนวนมากตรวจเลือด มีเกร็ดเลือดปกติ
ลุงหมอรักษาโดยให้กินยาปฏิชีวนะ 3 วัน แล้วตามด้วยการดูดภายในโพรงมดลูกได้เลือดที่ขังอยู่สีดำคล้ำจำนวน 100 ซีซี ในที่สุดเธอก็ปลอดภัยและกลับบ้านได้
รายที่ 3 เธอมีอายุครรภ์ 7 สัปดาห์ ไปรับการยุติการตั้งครรภ์ที่สถานบริการแห่งหนึ่งด้วยวิธีการดูด ช่วงที่ดูดนั้นเธอบอกว่าต้องทำถึง 2 ครั้ง ครั้งแรกดูดไม่ได้เพราะมดลูกมีลักษณะหักงอ ทำให้ใช้เครืองมือดูดยาก ต้องทำอีกรอบจึงสำเร็จ 2 วันต่อมา เธอมีอาการปวดท้องมากขึ้นเรื่อยๆ จนเดินแทบไม่ได้ ตรวจกดเจ็บ
บริเวณมดลูก และบริเวณท้องน้อยเหนือหัวเหน่า ไม่มีไข้อัลตร้าซาวนด์ไม่พบชิ้นเนื้อค้างแต่พบการอักเสบของมดลูก
ลุงหมอได้ให้การรักษาโดยฉีดยาปฏิชีวนะ และกินยา 7 วัน ผลการรักษาหายเป็นปกติ
สรุปว่า ภาวะแทรกซ้อนหลังทำแท้งนั้นเกิดขึ้นได้ครับ รายแรกมีชิ้นเนื้อค้างเล็กน้อย ส่วนรายที่ 2 ยังมีรกบางส่วนไม่หลุดออกมาและมีเลือดขังอยู่ในโพรงมดลูก ทั้งสองกรณีนี้เรียกว่า”การแท้งไม่ครบ” สำหรับรายที่ 3 มีการอักเสบไม่มีเศษเนื้อค้างเรียกว่า”เยื่อบุโพรงมดลูกอักเสบ” ซึ่งพบได้ในการใช้วิธีดูด แต่ถ้ามีไข้ ท้องน้อยกดเจ็บเป็นบริเวณกว้าง และตึงเกร็งหน้าท้องจะเป็น “ภาวะอุ้งเชิงกรานอักเสบ” เป็นระดับที่ถือว่ารุนแรงต้องรีบไปโรงพยาบาลเพื่อรักษานะครับ หลานๆ จำไว้นะครับ เมื่อท้องไม่พร้อมต้องปรึกษาเร็ว รู้วิธียุติตั้งครรภ์ทางการแพทย์ และหาสถานบริการที่ปลอดภัย รวมทั้งรู้จักการดูแลตนเองหลังแท้งด้วย
ด้วยรักและห่วงใย
นพ.เรืองกิตติ์ ศิริกาญจนกูล ผู้ประสานงานเครือข่ายRSA

ร่วมติดดาวให้เนื้อหาที่ท่านชื่นชอบ

คลิกที่ดาวเพื่อติดดาวให้เนื้อหานี้

จำนวนดาวเฉลี่ย 5 / 5. จากการติดดาวทั้งหมด 3

ยังไม่มีการติดดาวให้กับเนื้อหานี้... เป็นคนแรกติดดาวให้เนื้อหานี้

โฆษณา

ทิ้งคำตอบไว้

ร่วมแสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยน กับ RSATHAI

Please enter your comment!
Please enter your name here