25 ก.ค. พบทารกถูกทิ้งในโถส้วมภายในปั๊มน้ำมัน ต.คลองพน อ.คลองท่อม จ.กระบี่ ตำรวจพบหญิงสาวอายุ 18 ปี สวมเสื้อผ้าเปื้อนเลือดท่าทางอิดโรยโดยสารมากับรถประจำทางสายภูเก็ต – หาดใหญ่ เป็นนักศึกษากำลังเดินทางกลับบ้าน แต่ระหว่างทางปวดท้องเลยเข้าห้องน้ำ และคลอดเด็กออกมา แต่ไม่พร้อมจะดูแลจึงตัดสินใจทิ้งเด็กในส้วม

จากข่าวนี้ลุงหมอได้พบกับ “ขวัญ” ผู้หญิงนามสมมติที่มาเล่าเรื่องท้องไม่พร้อมของตนเอง

“ขวัญ” อายุ 25 ปี มีลูกอายุ 1 ขวบ 4 เดือนกับแฟนเก่า ตอนนี้คบผู้ชายคนใหม่ เวลาจะมีเพศสัมพันธ์ก็กินยาคุมฉุกเฉินบ้าง ใช้ถุงยางอนามัยป้องกันบ้างประมาณ 80% โดยประจำเดือนครั้งสุดท้ายมาวันที่ 19 มิ.ย. เป็นเวลา 3 วัน

20 ก.ค. ขวัญไปตรวจปัสสาวะทดสอบการตั้งครรภ์ที่คลินิกพบว่าท้องแต่เธอยังไม่พร้อม จึงปรึกษาเพื่อนทันที และได้รับคำแนะนำว่ามีร้านขายยาที่เห็นคนอื่นใช้ยาขับได้ผลเธอจึงรีบไปร้านนี้ ที่ไม่มีชื่อร้าน แต่เห็นป้ายเขียนว่า “ขายยาโดยเภสัชกร”

ขวัญ: “ขอซื้อยาขับเลือดค่ะ”

คนขาย: “คุณไปตรวจครรภ์แล้วยัง”

ขวัญ: “ไปตรวจแล้ว หมอบอกว่าท้อง 4 สัปดาห์”

ผู้ขาย: “จะมียาแบบ 10 ชุดกับ 15 ชุดนะ”

ขวัญ: “แบบไหนดีคะ”

ผู้ขาย: “แนะนำแบบ 15 ชุดออกชัวร์ เพราะช่วยมาหลายราย ถ้ากินแล้วเหนื่อยมาก อาเจียนมาก ก็กินทุก 3 ชั่วโมงต่อครั้งก็ได้ แต่ถ้าอยากให้ออกชัวร์ ให้กินชั่วโมงละชุด”

จากนั้นขวัญก็ซื้อยาทำแท้งมา 15 ชุด ราคา 1,300 บาท และเริ่มกินยาชุดแรกเวลา 1 ทุ่ม เป็นยาเม็ดแคปซูล 6 เม็ด ตามด้วยยาน้ำสีดำปริมาณ 30 ซี.ซี. อีก 1 ขวด หลังจากขวัญกินยาก็รู้สึกง่วง พอ 3 ทุ่มเลยกินยาชุดที่สอง เป็นยา 12 เม็ด ไม่มียาน้ำ พอ 10 นาทีหลังจากนั้นขวัญรู้สึกเวียนหัว เหงื่อออก เธอนอนหลับไปจนถึง 5 ทุ่ม ได้กินยาชุดแบบเดียวกับยาชุดแรก เมื่อนอนหลับไปได้ไม่นาน ก็ตื่นขึ้นมาอาเจียนเป็นน้ำสีดำ โดยอาเจียนต่อเนื่อง เหงื่อออก แน่นหน้าอก หายใจไม่อิ่ม อ่อนเพลียมากจนแขนขาอ่อนแรง แต่ไม่มีอาการเจ็บท้องแท้งเลย เธอไม่กล้ากินยาต่อไป เพราะกลัวจะเกิดอันตราย

21 ก.ค. ช่วงบ่าย ขวัญมาพบแพทย์ แล้วบอกว่า “หนูคิดว่าหนูจะตายแล้วเมื่อคืนนี้” เธอเล่าว่าที่ไม่มาหาหมอปรึกษาเรื่องท้องตั้งแต่แรก แต่ไปซื้อยาขับมากินคิดว่าจะง่าย เพราะเพิ่งขาดประจำเดือน

การตรวจอัลตร้าซาวด์ในวันนั้น ยังไม่พบถุงน้ำคร่ำ แต่ตรวจปัสสาวะพบว่าตั้งครรภ์อ่อนๆ หมอนัดตรวจซ้ำ วันที่ 29 ก.ค. ซึ่งพบถุงน้ำคร่ำในมดลูกขนาด 15 มิลลิเมตร เท่ากับอายุครรภ์ 4 สัปดาห์ 6 วัน

ขวัญเล่าว่า ลูกคนแรกของเธอก็เกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจ แต่ไม่อยากทำแท้ง เพราะแฟนบอกว่าจะรับผิดชอบ จะช่วยเลี้ยงลูก แต่พอเธออุ้มท้องได้ 4 เดือน แฟนก็ไปมีผู้หญิงอีกคน และไม่รับผิดชอบเธอและลูก ขวัญจึงเรียนรู้และหาทางออกสำหรับท้องที่สองนี้

“หนูไม่พร้อมทั้งการงาน การเงิน ชีวิตคู่ หนูดูออกว่าคู่เราไม่พร้อมจะดูแลลูกที่จะเกิด ถึงแม้จะเสียใจ แต่มันมีความจำเป็น เพราะว่าคนเราต้องเดินไปข้างหน้า ต้องมีอนาคตหนูต้องเลี้ยงลูกอีกคน”

ลุงหมอจึงชมเธอไปว่า เธอมาปรึกษาได้เร็วดีทั้งๆ ที่เพิ่งขาดประจำเดือน ขวัญจึงพูดถึงข่าวที่เพิ่งเกิดขึ้นว่า
“ทำไมผู้หญิงจึงไม่รีบจัดการปัญหาท้องไม่พร้อม ตั้งแต่รู้ตัวว่าประจำเดือนไม่มาใหม่ๆ”

จากนั้น เธอเล่าเรื่องของเพื่อนคนหนึ่งที่ท้อง และแฟนของเขาติดทหารเกณฑ์ จึงอยากทำแท้ง พอไปติดต่อถามราคาพันกว่าบาท แต่ไม่มีเงิน เลยรอเก็บเงินให้พอ เพราะคิดว่าท้องเล็กหรือโต ยังไงก็เอาออกได้อยู่ดี รอจนแฟนเอาเงินมาให้ก็ท้อง 7 เดือนแล้ว พอตอนไปทำแท้งครั้งแรก เขาฉีดสารน้ำเข้าโพรงมดลูกแต่ไม่แท้ง เลยซื้อยามาสอดช่องคลอดแล้วแท้งที่บ้านในห้องนอน จากนั้นก็เอาผ้าห่อลูกไปฝังที่หลังบ้านหลังแท้ง มีเลือดออกนานเป็นเดือน แต่ก็ไม่กล้าไปตรวจกับแพทย์ รอให้หายเอง

อีกเรื่อง เป็นรุ่นน้องอายุ 18 ปี เธอเรียนและทำงานกลางคืนพอท้องก็บอกว่าเดี๋ยวมีเวลาแล้วจะไปทำแท้ง จนท้อง 6 เดือน ซื้อยามาทำแท้งแต่เลือดออกมาก ตอนที่กำลังแท้งมีขาเด็กโผล่ออกมาทำให้แท้งได้ยาก เขาโทรตามขวัญให้มาช่วย ขวัญเห็นเลือดไหลออกมาก จึงรีบโทรหาสายด่วน 1669 และตามไปโรงพยาบาลหมอบอกว่ารุ่นน้องเกิดอาการตกเลือด คนไข้ซีดมาก อาจเสียชีวิต ต้องอยู่รักษาตัวนานถึง 2 สัปดาห์

มุมมองของขวัญสำหรับสาเหตุที่ผู้หญิงไม่รีบแก้ปัญหาแต่ปล่อยให้ท้องโตขึ้นนั้นเป็นเรื่องที่สังคมควรขบคิด คือ 1) เพราะไม่มีเงิน 2) ไม่มีคนพาไปหาหมอ 3) ไม่มีใครให้คำปรึกษาที่ช่วยให้มั่นใจ 4) ไม่กล้าถามเพื่อนหรือคนรู้จัก 5) กลัวคนรู้ 6) ไม่รู้จักสถานที่ที่ช่วยยุติการตั้งครรภ์ 7) อาย 8) เล่าให้หมอฟังยาก 9) กลัวหมอไม่ทำให้  10) กลัวหมอถามว่าทำไมต้องทำแท้ง ทำไมไม่ป้องกัน

ไม่อยากอธิบาย ไม่อยากให้ตอกย้ำ จึงเลือกไปซื้อยาที่ร้านหรือตามเว็บไซต์ “เราว่ามาปรึกษาหมอดีกว่าไปซื้อยาทำแท้งที่ร้านขายยาหรือจากเว็บ เพราะบางคนไม่อยากให้ใครรู้ เราจะบอกหมอก็ได้ว่าขอให้เก็บเป็นความลับ มาหาหมอเสียเวลาเล็กน้อย แต่จะปลอดภัย” ขวัญทิ้งท้าย

ลุงหมอเชื่อว่า สิ่งที่จะให้กับผู้หญิงในฐานะมนุษย์ด้วยกัน นั่นคือไว้ใจ เชื่อใจ เข้าใจ ให้ความช่วยเหลือ ซึ่งทุกคนทำได้ครับ เพราะสังคมควรจะเป็นเกราะคุ้มครองเธอ แล้วเธอจะตัดสินใจดูแลตนเองได้ดีที่สุด

ด้วยรักและห่วงใย
นพ.เรืองกิตติ์ ศิริกาญจนกูล

ร่วมติดดาวให้เนื้อหาที่ท่านชื่นชอบ

คลิกที่ดาวเพื่อติดดาวให้เนื้อหานี้

จำนวนดาวเฉลี่ย 4.5 / 5. จากการติดดาวทั้งหมด 8

ยังไม่มีการติดดาวให้กับเนื้อหานี้... เป็นคนแรกติดดาวให้เนื้อหานี้