25 มิถุนายน 2560 เจ้าหน้าที่ 1663 ได้ให้บริการปรึกษาทางเพจ 1663 กับวัยรุ่นอายุ 18 ปี โดยเธอท้องได้ 26 สัปดาห์ 4 วันนับจากประจำเดือนครั้งสุดท้าย วัยรุ่นรายนี้รู้ว่าท้องตั้งแต่เดือนแรกที่ขาดประจำเดือน พยายามทำแท้งด้วยการไปซื้อยา แต่ไม่แท้ง จนกระทั่งปล่อยไว้เนิ่นนาน สาเหตุที่ไม่สามารถท้องต่อได้เนื่องจากไม่สามารถบอกทางบ้านได้จริงๆ แฟนก็ไม่รับผิดชอบได้ทอดทิ้งเธอปล่อยให้ต้องเผชิญกับปัญหาตามลำพัง เจ้าหน้าที่ 1663 ได้พูดคุยทำความเข้าใจต่อเนื่องทางโทรศัพท์เรื่องเงื่อนไขอายุครรภ์ของแหล่งบริการ ซึ่งจากอายุครรภ์ที่มากขนาดนี้ไม่สามารถยุติการตั้งครรภ์ได้เพราะทารกคลอดแล้วจะมีชีวิตรอดได้ จึงคุยหาทางออกร่วมกันทั้งเรื่องท้องต่อ เธอยืนยันว่าท้องไม่ได้จะต้องทำแท้งอย่างเดียว เธอจะซื้อยาทำแท้งทางอินเตอร์เน็ตแต่ติดปัญหาค่าใช้จ่ายเพราะทางเว็บบอกราคามา 5-6 พันบาท เจ้าหน้าที่ได้พยายามอธิบายถึงความเสี่ยงอันตรายต่อชีวิต แนะนำให้ท้องต่อแล้วจะหาทางช่วยเหลือสนับสนุนเรื่องท้องต่อจากหน่วยงานภาครัฐ แต่เธอบอกว่าพร้อมจะยอมเสี่ยงชีวิตที่จะทำแท้งด้วยตนเอง

เจ้าหน้าที่ 1663 ได้มาปรึกษาทีมงานเครือข่ายอาสา RSA ว่าจะช่วยน้องคนนี้อย่างไรดี ทีมงาน RSA ท่านหนึ่งให้คำแนะนำ คือต้องบอกข้อเท็จจริงให้พิจารณาว่า

    • ทารกในครรภ์โตแล้ว ถ้าแท้งออกมาก็จะไม่เสียชีวิต แต่อาจไม่สมบูรณ์ ต้องเลี้ยงดูต่อไป
    • อันตรายที่จะเกิดขึ้นกับตัวเอง ขณะแท้งอาจจะเสียเลือดมากและมีรกค้าง จะมีอาการเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย ซีด ถ้าไปโรงพยาบาลไม่ทันอาจเสียชีวิตได้
    • เหตุผลของการไม่บอกพ่อแม่เพราะอะไร กลัวท่านดุด่า เสียใจ กลัวไม่ได้เรียนหนังสือ ? ที่จริงแล้วหากเราเป็นอะไรไป หรือถึงแก่ชีวิต น่าจะยิ่งทำให้พ่อแม่เสียใจมากกว่า
    • ให้พิจารณาว่าพ่อกับแม่ต้องรัก ห่วงใย พร้อมที่จะรับฟัง และร่วมช่วยแก้ปัญหา

เรื่องนี้ยังไม่จบนะครับ ลุงหมอก็จะติดตามการช่วยเหลือต่อไป

วันที่ 26 มิถุนายน 2560 ลุงหมอพบพาดหัวข่าว “สลดหวังฆ่าทารกน้อย ! ! ถามพ่อแม่ทำไมทำลูกได้ลงคอ” ที่อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี พบทารกแรกเกิดถูกทิ้งที่หลังถังขยะ ตำรวจและผู้พบเห็นคาดว่าคงหวังให้เด็กเสียชีวิต เมื่อย้อนกลับไปในเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2560 ก็มีข่าวทิ้งเด็กมาต่อเนื่องที่ สุราษฏธานี ที่กรุงเทพฯ และที่พัทลุง และอื่นๆ อีกมากมาย

ข่าวในลักษณะนี้ ผู้คนในสังคมคงไม่เข้าใจว่าเพราะอะไร?

ความจริงคือผู้หญิงที่ท้องไม่พร้อม ไม่ต้องการมีลูก ไม่สามารถเลี้ยงลูก และนี่คือทางที่เธอเลือก !

คำถามคือ แล้วทางออกที่ดีคืออะไรสำหรับการแก้ปัญหานี้ ความจริงก็คือ ผู้หญิงต้องท้องแน่เมื่อมีเพศสัมพันธ์เกิดขึ้นแต่ไม่มีการป้องกัน หรือ คุมกำเนิดไม่ดีพอ เมื่อมีการตั้งครรภ์ไม่พร้อมเกิดขึ้น ทางเลือกก็มีสองทาง คือ ตั้งท้องต่อ หรือ ไม่ตั้งท้องต่อ ถ้าไม่พร้อมและประเมินว่าคลอดออกมาไม่สามารถเลี้ยงดูได้ ทางออกทางหนึ่งที่เป็นไปได้ คือ การยุติตั้งครรภ์

แต่ในโลกของความเป็นจริง…ยังมีผู้หญิงจำนวนมากมายที่ท้องไม่พร้อม..แต่ต้องให้กำเนิดทารก เพราะไม่สามารถทำแท้งได้…

ลุงหมอขอนำการศึกษาและข้อมูลจากต่างประเทศมาประกอบครับ นพ.เดวิด เอ กริมส์ ได้เขียนงานศึกษาวิจัยไว้เมื่อปี 2558 เรื่อง “การปฏิเสธการทำแท้ง: ผลที่เกิดขึ้นกับแม่และเด็ก” มาเล่าให้ฟังครับ

การทำแท้งถือเป็นทางออกหนึ่งของการตั้งครรภ์ไม่พร้อม แต่เมื่อทางออกนี้ถูกปฏิเสธ หรือ ไม่มีบริการ หรือ เข้าถึงการบริการได้ยาก สุดท้ายผู้หญิงต้องคลอดลูกทั้งๆ ที่ไม่พร้อมจะเลี้ยง อะไรจะเกิดขึ้นหลังจากนั้น? มีข้อมูลเชิงประจักษ์ชี้ให้เห็นว่า เด็กจะเติบโตอย่างมีคุณภาพเมื่อพวกเขาได้รับความรักและเป็นที่ต้องการ ในทางตรงกันข้าม..เด็กที่เกิดมาจากความไม่พร้อม ไม่เป็นที่ต้องการ มักจะเพิ่มความเสี่ยงที่จะกระทำความผิดเมื่อเติบโตขึ้น นอกจากนี้ การศึกษาที่วอชิงตัน ยังพบเด็กที่เกิดจากแม่วัยรุ่นมีความเสี่ยงที่จะกระทำความผิดต่อเนื่องมากกว่าเด็กทั่วไปถึง 11 เท่า ในกรณีที่ระหว่างคลอดมีภาวะทารกขาดอ๊อกซิเจนและต้องได้รับการรักษาฉุกเฉิน พบว่า..มีความสัมพันธ์กับการที่เด็กเติบโตขึ้นมาแล้วกลายผู้ก่ออาชญากรรมด้วย

มีการศึกษาอีกชิ้นที่เมืองโกเตเบริก ประเทศสวีเดน โดยติดตามเด็กที่เกิดมาจากการที่ผู้หญิงที่ท้องไม่พร้อมแต่ไม่สามารถทำแท้งได้ จนเด็กเหล่านี้เติบโตถึงอายุ 35 ปี เปรียบเทียบกับเด็กเพศเดียวกันที่คลอดในโรงพยาบาลเดียวกัน พบว่า ผู้หญิงที่ถูกปฏิเสธการยุติการตั้งครรภ์ทั้งหมด 197 คน ในจำนวนนี้ 68 คนลงเอยด้วยไปทำแท้งที่อื่นซึ่งยืนยันว่าเธอไม่ต้องการท้องอีกต่อไป สำหรับในกลุ่มที่ไม่พร้อมแต่ต้องตั้งครรภ์ต่อจนคลอด และได้รับการติดตามจนเด็กเติบโต เป็นชายจำนวน 66 คน ผู้หญิง 54 คน ผลการติดตามต่อเนื่องพบว่า

    • มีการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจิตเวชสูงกว่า 2 เท่า
    • มีการกระทำความผิดมากกว่า 2 เท่า
    • มีการกระทำเป็นความผิดทางอาญาสูงกว่า 3 เท่า
    • ติดสุราสูงกว่า 50%
    • ต้องได้รับความช่วยเหลือจากรัฐระหว่างอายุ 16 – 21ปี สูงมากกว่า 6 เท่า
    • มีปัญหาในการเรียนรู้สูงกว่า 2 เท่า

นอกจากผลที่เกิดกับเด็กที่เติบโตแล้ว ยังส่งผลกับแม่ที่ต้องคลอดและเลี้ยงดูลูกในภาวะไม่พร้อมด้วย ดังต่อไปนี้

    • 1 ใน 3 ของผู้หญิงที่ถูกปฏิเสธทำแท้งมีความรู้สึกขุ่นเคือง น้อยใจ ไม่พอใจและถูกเก็บไว้ในใจเป็นเวลายาวนานที่ให้กำเนิดลูกที่เธอไม่ต้องการ
    •  มีภาวะทางจิตในด้านการยอมรับเด็กที่เกิดมา
    • ครึ่งหนึ่งของผู้หญิงที่ศึกษา มีความตึงเครียดทางอารมณ์ ต้องได้รับการบำบัดเป็นระยะๆ
    • 1 ใน 4 มีความเจ็บป่วยทางจิตและมีความเครียดตลอดเวลา
    •  มีความวิตกกังวล และ รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนไม่ดี ไร้คุณค่า
    • ส่วนใหญ่ต้องได้รับความช่วยเหลือในด้านต่างๆ จากรัฐ
    • ไม่สามารถทำงานได้เต็มที่ ไม่มีงานทำเต็มเวลา ทำให้ประสบกับความยากจน
    • ในกลุ่มที่ตัดสินใจยกมอบบุตรให้ผู้อื่น พบว่ามีความเศร้าโศกอย่างรุนแรง จนต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาลจากความผิดปกติทางจิตเวชที่รุนแรง

การปฏิเสธการยุติการตั้งครรภ์ให้กับผู้หญิงท้องไม่พร้อม เป็นการนำพาผู้หญิง และเด็กๆ ซึ่งเป็นทรัพยากรมนุษย์ในการขับเคลื่อนอนาคตของชาติ ต้องเผชิญกับปัญหาสุขภาพกาย ใจ และสังคม มีคุณภาพชีวิตที่ตกต่ำ เป็นภาระของประเทศชาติ และส่งผลต่อความสูญเสียทางด้านเศรษฐกิจ และเป็นอุปสรรคของการพัฒนาประเทศไปข้างหน้า…

ด้วยรักและห่วงใย

ที่มา : www.lovecarestation.com
การปฏิเสธผู้หญิงที่ท้องไม่พร้อม ส่งผลอย่างไร?
เรื่องโดย  นพ.เรืองกิตติ์ ศิริกาญจนกูล

ร่วมติดดาวให้เนื้อหาที่ท่านชื่นชอบ

คลิกที่ดาวเพื่อติดดาวให้เนื้อหานี้

จำนวนดาวเฉลี่ย 3.3 / 5. จากการติดดาวทั้งหมด 7

ยังไม่มีการติดดาวให้กับเนื้อหานี้... เป็นคนแรกติดดาวให้เนื้อหานี้

โฆษณา

ทิ้งคำตอบไว้

ร่วมแสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยน กับ RSATHAI

Please enter your comment!
Please enter your name here