สาววัย 19 ปี เพิ่งจะได้เข้าเรียนปริญญาตรี มีประวัติผ่าตัดปีกมดลูกไปหนึ่งข้างเนื่องจากเป็นเนื้องอกประเภทช็อกโกแลตซีสต์ (Chocolate Cyst) หมอบอกว่าอาจจะเป็นอีกข้างได้ หมอให้คำแนะนำว่าเป็นโรคนี้จะมีลูกยาก แต่เธอมีแฟน ช่วงเรียน ม.6 มีเพศสัมพันธ์ไม่ได้ป้องกันอะไรเลย 2 เดือนแต่ก็ไม่ท้อง ประจำเดือนก็ปกติ พอมาเดือนเมษายนที่ผ่านมา เธอป้องกันโดยใช้ถุงยาง แต่ก็ใช้บ้างไม่ได้ใช้บ้าง เพราะคิดว่ามีลูกยาก ประจำเดือนครั้งสุดท้ายมาวันที่ 14 เมษายน แต่พอมา พฤษภาคม มิถุนายน ก็ขาดหายไป ตรวจปัสสาวะวันที่ 16 มิถุนายน พบว่าตัวเองท้อง

เธอจึงหาข้อมูลเกี่ยวกับการท้องไม่พร้อม ทางเลือกท้องต่อและทำแท้ง และการดูแลครรภ์ หลังจากนั้นจึงได้บอกแฟน และพ่อกับแม่ แม่บอกให้เก็บท้องไว้ แต่พ่อบอกให้เอาออกเพราะอยากให้เธอเรียนหนังสือต่อ ส่วนแฟนบอกแล้วแต่ สุดท้ายพ่อกับแม่ปรึกษากันตกลงว่าคงต้องยุติการตั้งครรภ์ เธอจึงได้หาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต โดยค้นคำว่า “การทำแท้ง” พบเว็บขายทำแท้งแท้งมากมาย และเธอได้อ่านข่าวจากไทยรัฐออนไลน์ ข่าวบอกว่าเดี๋ยวนี้มีคลินิกยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยแล้ว แต่ไม่ทราบว่าอยู่ที่ไหนบ้าง เธอจึงหาข้อมูลต่อว่าจะต้องติดต่อหน่วยงานไหน ไปพบสายปรึกษาท้องไม่พร้อม 1663 และเว็บไซต์ Women on Web ซึ่งเป็นมูลนิธิต่างประเทศ เธอจึงเลือกปรึกษา 1663

“หนูคุยในเฟซบุ๊กก่อนค่ะ ได้มีการสอบถามจังหวัดที่หนูอาศัยอยู่ สาเหตุที่เลือกยุติตั้งครรภ์ แล้วแนะนำสถานที่มาคือคลินิกนี้ค่ะ”

เธอได้มาพบแพทย์ที่ขอนแก่นในวันที่ 4 กรกฏาคม 2560 ตรวจอัลตร้าซาวด์ได้อายุครรภ์ 9 สัปดาห์ 4 วัน น้อยกว่าที่นับจากประจำเดือนครั้งสุดท้ายที่นับได้ 11สัปดาห์ 6 วัน นับว่าเธอฉลาดที่รู้จักค้นหาเลือกข้อมูลที่ทำให้เข้าถึงบริการที่ปลอดภัย

“น้อยคนที่จะค้นหาข้อมูลละเอียด มีคนที่เคยทำแท้งโดยซื้อยาจากเว็บ ตอนแรกหนูก็คิดจะทำอย่างนั้น”

จุดเปลี่ยนที่ทำให้เธอค้นหาข้อมูลอย่างละเอียดมากขึ้น เพราะเคยเห็นเพื่อนซื้อยาจากเว็บไซต์มาใช้เอง เธอเริ่มค้นหาข้อมูลใน Pantip ที่มีหัวข้อโพสต์ถามว่าทำแท้งโดยใช้ยาจากเว็บ

“มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นเล่าประสบการณ์ว่า ได้ซื้อยาจากเว็บแล้วไม่แท้ง ก็ซื้อซ้ำอีกหลายครั้งจนลูกได้คลอดออกมาแล้วมีความพิการทางสมอง หนูเลยตัดสินใจไม่ทำแบบนั้น”

“เพื่อนหนูเขาอาจโชคดีที่ทำแล้วไม่เป็นอะไร แต่หนูไม่เอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยงอย่างนั้น เพราะโอกาสผิดพลาดน่าจะมี เลยหาช่องทางทำแท้งที่ปลอดภัย”

ตอนที่พบว่าท้อง เธอก็ยังคิดไม่ตก ลังเลใจว่าจะตัดสินใจเอาเด็กไว้หรือเอาออก คิดซ้ำไปซ้ำมา หาทางที่เอาเด็กไว้โดยการดรอปเรียน แล้วไปอยู่กับแฟนที่กรุงเทพฯ แต่สุดท้ายก็ได้ข้อสรุปว่าต้องเอาออก เธอบอกว่าอยู่บ้านนอก เพื่อนบ้านจะพูดนินทากันถ้าท้องแล้วแฟนยังไม่มาขอ แม่ก็อยากให้แฟนมาขอแต่แฟนยังมีภาระค่าใช้จ่ายผ่อนเยอะ ส่วนเธอเองก็ยังมีน้องอีกคนห่างกัน 5 ปี ถ้าเธอเรียนต้องตรอปเรียนไปทำให้เรียนจบช้า พอน้องก็เข้ามหาวิทยาลัยปี 1 พ่อก็จะไม่มีเงินส่งลูกเรียนสองกันพร้อมกัน..

จริงๆ แล้วเธอคิดหาทางเพื่อเอาเด็กไว้ตลอด เธอมีเพื่อนที่เพิ่งคลอดลูกได้ 2 เดือนถามว่าทำไมไม่เก็บลูกไว้ เธอเองก็มีเหตุผลของตัวเองที่ไม่เหมือนเพื่อน คือ

1) พ่อแม่ขอให้เลือกเอาออก
2) เธอและแฟนยังไม่พร้อม
3) เธอต้องเรียนต่อให้จบ
4) ส่วนเรื่องบาปหากทำแท้ง เธอก็คิด แต่ก็คิดไปอีกว่าตัวเองยังไม่พร้อมแล้วเลี้ยงดูเด็กที่เกิดมาไม่ได้ น่าจะเป็นบาปมากกว่า
5) สุดท้าย ทางออกที่จะย้ายไปกรุงเทพฯ คลอดแล้วค่อยกลับมาเรียนต่อ แต่แฟนก็กลัวเลี้ยงไม่ไหว ก็เลยทำให้ต้องตัดสินใจอย่างเด็ดขาด

“คือถ้าแฟนบอกให้เอาไว้ ก็จะไม่มีวันนี้ที่จะทำแท้งค่ะ” จึงเป็นข้อสรุปที่เธอได้ตัดสินใจตามเหตุผลที่ไตร่ตรองถึงที่สุดแล้ว

ด้วยรักและห่วงใย
ลุงหมอเรืองกิตติ์ ศิริกาญจนกูล

ร่วมติดดาวให้เนื้อหาที่ท่านชื่นชอบ

คลิกที่ดาวเพื่อติดดาวให้เนื้อหานี้

จำนวนดาวเฉลี่ย 5 / 5. จากการติดดาวทั้งหมด 3

ยังไม่มีการติดดาวให้กับเนื้อหานี้... เป็นคนแรกติดดาวให้เนื้อหานี้

โฆษณา

ทิ้งคำตอบไว้

ร่วมแสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยน กับ RSATHAI

Please enter your comment!
Please enter your name here