Asian woman on a holiday

การเผชิญปัญหาของครอบครัวที่มีวัยรุ่นตั้งครรภ์ไม่พร้อม
สุจิตรา ขุนน้อย เสาวคนธ์ วีระศิริ

HEALTH_Vol41No2_06

บทคัดย่อ

การวิจัยเชิงบรรยายมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการเผชิญปัญหาของครอบครัวที่มีวัยรุ่นต้ังครรภ์ไม่พร้อม เป็นอย่างไร โดยใช้ทฤษฎีภาวะวิกฤติครอบครัว เครื่องมือเป็นแบบสัมภาษณ์การปรับตัวของครอบครัว แบบมีโครงสร้างและคำถามปลายเปิด ตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือโดยการหาค่าความตรงตามเน้ือหา โดยผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 5 คน ได้ค่า CVI เท่ากับ 0.78 และนำไปทดลองใช้กับกลุ่มตัวอย่างที่คล้ายกัน จำนวน 10 ครอบครัว นำมาหาค่าสัมประสิทธิอัลฟาครอนบาคได้เท่ากับ 0.7 วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณโดยใช้สถิติ เชิงพรรณนา และข้อมูลเชิงคุณภาพนามาวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ผลการวิจัย สมาชิกครอบครัวส่วนใหญ่เป็นมารดา ร้อยละ 93.3 อายุบุตรวัยรุ่นเฉลี่ย 17 ปี ค่าคะแนนเฉลี่ยการเผชิญปัญหาของครอบครัวอยู่ในระดับปานกลาง (X = 3.51, S.D = 0.51) เมื่อวิเคราะห์การเผชิญปัญหารายข้อพบว่าข้อที่มีค่าคะแนนสูงสุดได้แก่ครอบครัว พยายามมองปัญหาของครอบครัวคร้ังน้ีในแง่ดี เพื่อให้มีกำลังใจต่อสู้ ก้าวผ่านให้สำเร็จ” (X = 4.47, S.D = 0.63) การเผชิญปัญหาข้อที่มีคะแนนเฉลี่ยต่ำได้แก่ครอบครัวไม่เล่าปัญหาและความยุ่งยากให้เพื่อนบ้านฟัง” (X = 2.07, S.D = 1.20)

ผลจากการวิเคราะห์เชิงเน้ือหา พบว่าสาเหตุความเครียดที่พบมากที่สุดได้แก่ลูกต้ังครรภ์ขณะเป็นนักเรียน” (17 ครอบครัว) การรับรู้ต่อสถานการณ์ส่วนใหญ่ได้แก่ มีความรู้สึกตกใจ ไม่เชื่อว่า เรื่องนี้เกิดกับตนเอง” “อาย กลัวถูกนินทาและโกรธบุตรด้านแหล่งสนับสนุนของครอบครัวส่วนมากไม่มีใคร ช่วยเหลือและคิดว่าบุคลากรทางการแพทย์เป็นผู้ท่ีสามารถช่วยเหลือได้

วิธีการเผชิญปัญหาของครอบครัว พบว่า ทั้งหมดมีภาวะคิดมากจนนอนไม่หลับ ไม่ปรึกษาใครและวางแผนมาขอคำปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ สรุปได้ว่าการเผชิญปัญหาครอบครัวส่วนใหญ่อยู่ในระดับปานกลางและเป็นการเผชิญปัญหาของครอบครัวมุ่งท่ีอารมณ์เป็นหลัก ข้อมูลดังกล่าวสามารถนาไปวางแผนเพื่อออกแบบให้การดูแลช่วยเหลือประคับประคองและ เสริมสร้างการเผชิญปัญหาของครอบครัวท่ีมีประสิทธิภาพต่อไปได้ คําสําคัญ: การเผชิญปัญหาครอบครัววัยรุ่นตั้งครรภ์ไม่พร้อม

สรุปผล

ครอบครัวที่มีการเผชิญปัญหาของครอบครัวต่อวัยรุ่นตั้งครรภ์ ส่วนใหญ่มีการ จัดการแก้ปัญหาของครอบครัวที่แตกต่างกัน เมื่อเกิดภาวะวิกฤติข้ึนในครอบครัว ผลการ ศึกษาพบว่า ครอบครัวพยายามค้นหาข้อมูล เรื่องการยุติการตั้งครรภ์ เพื่อช่วยเหลือบุตรในระยะแรกที่รับรู้ว่ามีการตั้งครรภ์ โดยครอบครัวแก้ปัญหาด้วยการหาซื้อยาขับเลือดให้ลูกกิน เพื่อแท้ง คิดหาทางออกเพื่อช่วยเหลือลูก จนนอนไม่หลับ และไม่บอกใคร/ไม่กล้าปรึกษาคนอื่นภายนอกครอบครัวเพราะเป็นเรื่องที่อับอายไม่อยากให้คนอื่นรู้เรื่องด้วยจึงต้องปกปิดไว้ซึ่งครอบครัวมีการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาเหล่านี้ล่าช้าไป ทำให้อายุครรภ์เพิ่มมากขึ้นครอบครัวทำความเข้าใจได้กับปัญที่เกิดขึ้นจึงตัดสินใจเข้ามาพูดคุยกับบุคลากรของสถานบริการแห่งนี้ซึ่งเป็นวิธีการต่างๆ นั้นอาจมีการเลือกใช้เพียงหนึ่งวิธีหรือมากกว่าหนึ่งวิธีการ บุคลากรทางด้านสุขภาพสามารถรวบรวมข้อมูลและประเมินได้ว่าครอบครัวใดบ้างที่เสี่ยงต่อการปรับตัวไม่ได้ ซึ่งเป็นข้อมูลทำให้สามารถให้การช่วยเหลือต่อไปหรือให้ข้อชี้แนะและคำแนะนำแก่ครอบครัวได้ ทำให้ครอบครัวสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้และยังคงบทบาทและหน้าที่ของครอบครัวต่อไปได้

ที่มา : วารสารการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ปีที่ 41 ฉบับ เมษายน – มิถุนายน 2561

ร่วมติดดาวให้เนื้อหาที่ท่านชื่นชอบ

คลิกที่ดาวเพื่อติดดาวให้เนื้อหานี้

จำนวนดาวเฉลี่ย 0 / 5. จากการติดดาวทั้งหมด 0

ยังไม่มีการติดดาวให้กับเนื้อหานี้... เป็นคนแรกติดดาวให้เนื้อหานี้

โฆษณา

ทิ้งคำตอบไว้

ร่วมแสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยน กับ RSATHAI

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่