ราชกิจจานุเบกษา : กฏกระทรวงกำหนดประเภทของสถานบริการและการดำเนินการของสถานบริการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2562

รู้หรือไม่ว่า...กฏกระทรวงกำหนดประเภทของสถานบริการและการดำเนินการของสถานบริการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2562 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 25 มกราคม 2562 มีผลบังคับใช้แล้ววันนี้ 26 มีนาคม 2562 (60 วันหลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา) กฏกระทรวงกำหนดประเภทของสถานบริการและการดำเนินการของสถานบริการ ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2562 โดยมีสาระสำคัญประกอบไปด้วย

ราชกิจจานุเบกษา : กฏกระทรวงกำหนดประเภทของสถานประกอบกิจการและการดำเนินการของสถานประกอบกิจการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นแก่ลูกจ้างซึ่งเป็นวัยรุ่น พ.ศ.2561

กฎกระทรวงกำหนดประเภทของสถานประกอบกิจการและการดำเนินการของสถานประกอบกิจการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นแก่ลูกจ้างซึ่งเป็นวัยรุ่น พ.ศ.2561 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 มีผลบังคับใช้ 17 ธันวาคม 2561 (30 วันหลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา) โดยมีสาระสำคัญประกอบไปด้วย สถานประกอบกิจการทุกประเภทจะต้องจัดให้มีข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องต่อไปนี้ อย่างครบถ้วนและเพียงพอการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์

9 ข้อมูลสำคัญที่ต้องรู้หากเลือกยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัย

เมื่อพิจารณาอย่างรอบคอบแล้วว่าตัวเองยังไม่มีความพร้อมที่จะตั้งครรภ์ต่อไปได้ เพื่อให้ปลอดภัยกับผู้หญิงมากที่สุด ควรเลือกยุติเมื่อตั้งท้องไม่เกิน 12 สัปดาห์ เพราะสามารถทำได้ที่คลินิก หากเกินกว่านั้นต้องรับบริการที่โรงพยาบาล และสามารถยุติได้จนถึงอายุครรภ์ที่ 24-26 สัปดาห์ เทคโนโลยีทางการแพทย์ในปัจจุบันสามารถช่วยให้การยุติการตั้งครรภ์เป็นไปอย่างปลอดภัย ที่สำคัญการยุติการตั้งครรภ์ในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นการใช้ยา หรือเครื่องดูดสุญญากาศ จะต้องให้บริการโดยแพทย์ 9 ข้อมูลสำคัญที่ต้องรู้หากเลือกยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัย ข้อมูลที่ 1 การยุติการตั้งครรภ์มีความปลอดภัยมีผลข้างเคียง และเสี่ยงต่อชีวิตน้อยกว่าการคลอดบุตร แต่ความเสี่ยงจะมากหากไปทำแท้งไม่ปลอดภัย เช่น การซื้อยาทางอินเทอร์เน็ต การรับบริการกับผู้ให้บริการไม่ใช่แพทย์ด้วยวิธีการที่ไม่ปลอดภัย เป็นต้น ข้อมูลที่ 2 การยุติการตั้งครรภ์ที่อายุครรภ์ยิ่งน้อย...

พระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.2559 มาตรา 5 วัยรุ่นมีสิทธิตัดสินใจด้วยตนเอง

สาระสำคัญในมาตรา 5 พระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.2559 คือ วัยรุ่นมีสิทธิตัดสินใจด้วยตนเอง ได้รับข้อมูลข่าวสาร ความรู้ บริการอนามัยการเจริญพันธุ์ ที่รักษาความลับและความเป็นส่วนตัว รวมทั้งสวัสดิการสังคม อย่างเสมอภาคและไม่ถูกเลือกปฏิบัติ.. “บริการอนามัยเจริญพันธ์ุ” ครอบคลุมการคุมกำเนิด การยุติการตั้งครรภ์ทางการแพทย์ และการดูแลระหว่างตั้งครรภ์-คลอด-หลังคลอด กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้รับผิดชอบหลักในยุทธศาสตร์นี้ โดยร่วมกับ สปสช. สนับสนุนการคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพ และการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัย ด้วยการใช้ยา และ กระบอกดูดสุญญากาศ...

ราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2561 เผยแพร่กฎกระทรวง กำหนดประเภทของสถานศึกษาและการดำเนินการของสถานศึกษา ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2561

โดยมีสาระสำคัญ คือ ให้สถานศึกษาแต่ละประเภท คือ ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษา ระดับอาชีวศึกษา (ปวช., ปวส.,ปริญญาตรีสายเทคโนโลยีหรือสายปฏิบัติการ) และระดับอุดมศึกษา ดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น โดยจัดให้มีการเรียนการสอนเรื่องเพศวิถีศึกษาและทักษะชีวิต ให้เหมาะสมกับช่วงวัยของนักเรียนนักศึกษา โดยมีเนื้อหาและกระบวนการเรียนรู้ในเรื่องเพศที่ครอบคลุมถึงพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย การมีสัมพันธภาพกับผู้อื่น การพัฒนาทักษะส่วนบุคคล พฤติกรรมทางเพศ สุขภาวะทางเพศ และมิติทางสังคมและวัฒนธรรมที่ส่งผลกระทบต่อเรื่องเพศ รวมทั้งสิทธิการรับรู้ข้อมูลข่าวสารและความรู้เกี่ยวกับอนามัยการเจริญพันธุ์ที่ให้ความสำคัญกับความหลากหลายและความเสมอภาคทางเพศ รวมทั้งจัดให้มีการติดตามและประเมินผลเกี่ยวกับประสิทธิผลของการเรียนการสอนอย่างเป็นระบบ และให้เป็นส่วนหนึ่งของการวัดผลการศึกษา ทั้งนี้ ให้สถานศึกษาจัดหาและพัฒนาผู้สอน ให้มีความรู้ความสามารถ มีทัศนคติที่ดี และมีทักษะการสอนที่เหมาะสม รวมทั้งเข้าใจจิตวิทยาการเรียนรู้ของนักเรียนหรือนักศึกษาแต่ละระดับที่สอดคล้องกับการจัดการศึกษาของสถานศึกษา เพื่อให้สามารถสอนเพศวิถีศึกษา ทักษะชีวิต และให้คำปรึกษาในเรื่องการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นแก่นักเรียนหรือนักศึกษา...
Doctor supports in its hand some white pills

การเบิกจ่ายยายุติตั้งครรภ์ Medabon®

หลังจากได้รับการอนุมัติขึ้นทะเบียนรับยากับกรมอนามัยแล้ว จึงจะมีการจัดส่งยาให้ตามเอกสารแบบฟอร์ม MTP 3 ที่สถานบริการแจ้งมา เมื่อสถานพยาบาลใช้ยาใกล้จะหมดก็สามารถเบิกยาครั้งใหม่ได้เพื่อไม่ให้ยาขาดสต๊อก และกรมอนามัยได้กำหนดแนวปฏิบัติสำหรับสถานพยาบาลและผู้ให้บริการในการจ่ายยามิฟิพริสโตนและไมโซพรอสตอลที่บรรจุในแผงเดียวกันไว้ดังนี้คือ การจ่ายยามิฟิพริสโตนและไมโซพรอสตอล จะทำเฉพาะในสถานพยาบาลที่มีความพร้อม คือมีแพทย์ปฏิบัติงานเป็นประจำ และสามารถให้การดูดหรือขูดมดลูกได้หากการยุติตั้งครรภ์ด้วยยาล้มเหลว และสามารถให้เลือดหรือทำการช่วยชีวิตผู้รับบริการอย่างเร่งด่วนได้ หากมีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้นในระหว่างกระบวนการยุติตั้งครรภ์โดยใช้ยา การใช้และการสั่งจ่ายยามิฟิพริสโตนและไมโซพรอสตอล ต้องกระทำโดยแพทย์ผู้ได้รับอนุญาต ซึ่งสามารถคำนวณอายุครรภ์และวินิจฉัยการตั้งครรภ์นอกมดลูกได้อย่างถูกต้อง ในกรณีที่การยุติตั้งครรภ์ไม่สมบูรณ์ หรือหากผู้รับบริการมีเลือดออกมากเกินไป แพทย์นั้นจะต้องสามารถทำการดูดหรือขูดมดลูก หรือส่งต่อผู้รับบริการไปรับการดูดหรือขูดมดลูกในสถานพยาบาลอื่นที่มีความพร้อมได้ ในกรณีที่ผู้รับบริการอาจมีความจำเป็นต้องรับการให้เลือดหรือรับการช่วยชีวิตอย่างเร่งด่วน แพทย์ผู้ใช้ยามิฟิพริสโตนและไมโซพรอสตอลต้องแน่ใจว่า ผู้รับบริการสามารถเข้าถึงสถานพยาบาลที่ให้บริการฉุกเฉินดังกล่าวได้ในระหว่างที่อยู่ในกระบวนการยุติตั้งครรภ์โดยใช้ยา แพทย์ผู้ใช้ยามิฟิพริสโตนและไมโซพรอสตอล...
Doctors discussing report about a patient at tablet computer in hospital

การขึ้นทะเบียนสถานพยาบาล

สถานพยาบาลต่างๆ ที่มีความพร้อมในการให้บริการยุติตั้งครรภ์โดยใช้ยา สามารถแสดงความจำนงมายังกรมอนามัย โดยกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน ตามแบบรายงานที่กรมอนามัยกำหนด ขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการของสถานพยาบาล เพื่อให้บริการยุติตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยด้วยยา สถานพยาบาลต่างๆ ที่มีความต้องการและพร้อมในการให้บริการยุติตั้งครรภ์โดยใช้ยา แสดงความจำนงมายังกรมอนามัย พร้อมประเมินความพร้อมด้วยตนเอง ตามแบบฟอร์มการประเมินความพร้อม (MTP 1 และ MTP 2) ของสำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กรมอนามัย ส่งเรื่องแสดงความจำนงพร้อมแบบประเมินความพร้อม  เพื่อขอรับการพิจารณาขึ้นทะเบียนเป็นสถานพยาบาลที่ให้บริการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยโดยใช้ยา
close up of doctors with clipboard at hospital

การบริหารจัดการการใช้ยาเพื่อยุติการตั้งครรภ์

การบริหารจัดการยามิฟิพริสโตนและยาไมโซพรอสตอลที่บรรจุในแผงเดียวกันเพื่อยุติตั้งครรภ์ หลังจากยาได้รับการขึ้นทะเบียนในปี พ.ศ. 2557 แล้ว สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ได้ขอให้กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ทำหน้าที่ในการบริหารจัดการและวางแผนดูแลกำกับการใช้ยาอย่างใกล้ชิดเป็นเวลา 2 ปี ทางกรมอนามัยจึงทำหน้าที่เป็นผู้บริหารจัดการยา และเป็นผู้กระจายยาให้กับโรงพยาบาลต่างๆ โดยทำหน้าที่ต่อไปนี้ ประสานงานกับสถานพยาบาลทั้งในและนอกกระทรวงสาธารณสุข เพื่อประเมินความพร้อมในการให้บริการ และการอนุญาตให้จัดให้มียามิฟิพริสโตนและไมโซโพรสตอล ในการบริการยุติตั้งครรภ์ จัดทำคู่มือการใช้ยามิฟิพริสโตนและไมโซโพรสตอล และจัดส่งคู่มือไปยังสถานพยาบาลต่างๆ ที่มียาให้บริการ รวบรวมรายงานยามิฟิพริสโตนและไฟโซโพรสตอล ที่นำเข้าโดยบริษัทผู้นำเข้ายาและจัดจำหน่าย จัดทำระบบ VMI...
error: RSATHAI.org Content is protected System!!