การยุติการตั้งครรภ์แบบองค์รวม ดีกว่า ปลอดภัยกว่า (ต่อ)

ตอนที่ 2 ในประเทศไทย สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กรมอนามัย ได้จัดอบรมแพทย์ พยาบาล เรื่องการใช้ยายุติการตั้งครรภ์ทั่วประเทศ ขณะเดียวกันในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2557 ได้จัดตั้งเครือข่ายอาสา RSA ที่ประกอบด้วย แพทย์ พยาบาล และสหวิชาชีพ เพื่อจัดระบบการส่งต่อและรับส่งต่อเพื่อการยุติการตั้งครรภ์ที่เป็นมิตรและปลอดภัย...

การยุติการตั้งครรภ์แบบองค์รวม ดีกว่า ปลอดภัยกว่า

ตอนที่ 1 สถานการณ์ปัจจุบันคาดคะเนว่าประเทศไทยน่าจะมีอัตราการทำแท้งระหว่าง 14.2 - 440 ต่อพันการเกิดมีชีพ หรือประมาณ 9,000 - 270,000 ครั้งต่อปี แต่เพราะประเทศไทยแม้จะมีกฎหมายมาตรา 305 และข้อบังคับแพทยสภาที่อนุญาตให้ผู้หญิงท้องไม่พร้อมทำแท้งได้เฉพาะที่มีเงื่อนไขกำหนดไว้ อย่างไรก็ตาม ด้วยปัจจัยต่างๆ ทำให้ผู้หญิงเหล่านี้ยากที่จะได้รับการทำแท้งจากแพทย์ได้โดยยังไม่มีช่องทางการให้บริการยุติการตั้งครรภ์อย่างเป็นระบบในโรงพยาบาลต่างๆ...

ความเชื่อ อุปสรรค และเพื่อนร่วมทาง

มีเหตุการณ์ในเดือนกันยายน 2563 เกิดเหตุที่โรงพยาบาลศูนย์แห่งหนึ่งในจังหวัดภาคเหนือ พยาบาลไลน์มาปรึกษาเครือข่ายอาสา RSA คุณพยาบาล : “มีแม่อายุ 38 ปี ตั้งครรภ์ไม่ได้วางแผนอายุครรภ์ 19 สัปดาห์ เจาะน้ำคร่ำตรวจโรคดาวน์ซินโดรม ผู้หญิงรายนี้ติดเชื้อเอชไอวี ตั้งแต่ปี 2558 ไม่ได้มารับการรักษาเลย หากต้องการยุติการตั้งครรภ์สามารถส่งต่อที่ไหนบ้างคะอาจารย์ คนไข้รายได้น้อย ตอนนี้เริ่มยารักษาเอชไอวีได้ไม่ถึง 3 สัปดาห์”

ผู้หญิงไทย 8,201 คน ยอมเสี่ยงตาย เพราะ… ?

บทความนี้จึงจะชี้ให้เห็นข้อเท็จของสถานการณ์ผู้หญิงที่ต้องการยุติการตั้งครรภ์ในอายุครรภ์ต่างๆ และที่เกิน 12 สัปดาห์ และงานวิจัยที่จะเปิดเผยคัดค้านร่างกฎหมายและความคิดเห็นขององค์กรวิชาชีพ มาติดตามกันนะครับ โดยขอยกความคิดเห็นที่เห็นต่าง ขัดแย้งทางความคิดของการยุติการตั้งครรภ์มาดูกัน ผู้ที่ไม่ค่อยเห็นด้วย : “สิ่งที่พวกคุณ (หมอที่ให้บริการยุติการตั้งครรภ์) พูดมาว่าผู้หญิงที่ต้องการทำแท้งมีเหตุผล มีข้อบ่งชี้ แต่กลับไม่ได้รับการช่วยเหลือ ต้องไปเสี่ยงชีวิตทำแท้งกับหมอเถื่อน แล้วต้องติดเชื้อ ตกเลือด มันเป็นเรื่องเดิมๆ...

ผู้หญิงทั่วโลกเกือบ 70,000 คน เสียชีวิตทุกปีจากการทำแท้งที่ไม่ปลอดภัย

เดือนกันยายนของทุกปี ทั่วโลกจะมีการจัดรณรงค์เพื่อเข้าถึงการยุติการตั้งครรภ์อย่างปลอดภัยและถูกกฎหมาย เพราะมีผู้หญิงจำนวนถึง 47,000-70,000 คนทั่วโลก ต้องเสียชีวิตทุกปีจากสาเหตุการยุติการตั้งครรภ์ที่ไม่ปลอดภัย องค์การอนามัยโลกจึงประกาศให้การเข้าถึงการยุติการตั้งครรภ์อย่างปลอดภัยเป็นนโยบายสุขภาพที่สำคัญระดับโลกทางโครงการพัฒนาเครือข่ายบริการที่ปลอดภัย จึงรณรงค์ตามแนวทางของนานาชาติคือ "การยุติการตั้งครรภ์คือบริการสุขภาพ" ช่วงเดือนกันยายน 2563 ประเทศไทย ได้เกิดเหตุการณ์สำคัญต่อเนื่องมาจากปลายเดือนสิงหาคมเกี่ยวกับความคิดเห็นที่ต่างกันของผู้ที่เกี่ยวข้อง, องค์กรวิชาชีพในเรื่องการปรับแก้กฎหมายการยุติการตั้งครรภ์เกี่ยวกับอายุครรภ์ที่ควรได้รับการยุติการตั้งครรภ์  สำนักงานคณะกรรมการกฤษฏีกาได้มีการแจ้งร่างการแก้กฎหมายยุติการตั้งครรภ์มาตรา 301,...

เรื่องเล่า ‘ท่ามกลางขุนเขา’ (ตอนจบ)

ปกติถ้ามีข้อบ่งชี้ชัดเจน คุณหมอส. จะคุยเองเลยแต่ถ้าเหตุอื่นที่ไม่ชัดเจนจะมีคุณหมออีกคนช่วยดูให้ ข้อบ่งชี้ในการยุติการตั้งครรภ์ที่ชัดเจนที่จะทำให้ ในกรณีถูกข่มขืน สุขภาพแม่เช่น โรคเบาหวาน โรคSLE มะเร็งเต้านม ไตวาย ,ทารกพิการรุนแรง ที่อาจจะช่วยยุติการตั้งครรภ์ ในกรณี ติดเชื้อ HIV ทารกในครรภ์เป็นโรคธาลัสซีเมียรุนแรง (major thalassemia) ทารกพิการไม่รุนแรง พลาดท้องจากการทำหมัน ใส่ห่วงอนามัย ฝังยาคุม...

เรื่องเล่า ‘ท่ามกลางขุนเขา’ (ตอนแรก)

บาปไหม แน่ไหม กับความรู้สึกว่าผู้หญิงมีปัญหา เป็นหน้าที่จะต้องช่วย ช่วงต้นเดือนกันยายน 2563 ลุงหมอได้ไปเยี่ยมดูงานการดูแลหญิงตั้งครรภ์ในวัยรุ่นที่โรงพยาบาลชุมชนขนาด 60 เตียงแห่งหนึ่งในจังหวัดเลย ซึ่งอยู่ท่ามกลางภูเขา โดยร่วมไปกับทีมงานกรมอนามัย เครือข่ายอาสาRSA พยาบาลจากโรงพยาบาลหลายแห่งในภาคอิสาน ที่น่าสนใจมากอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งนี้จัดให้มีบริการยุติการตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นเรื่องยากที่จะเกิดขึ้นได้ อยากจะขอเล่าว่า คุณหมอ คุณพยาบาล คิดอย่างไรจึงเต็มใจให้บริการผู้อำนวยการโรงพยาบาลในวัย...

เรื่องเล่าจากหมอให้บริการยุติการตั้งครรภ์ (ทำแท้ง)

ตอน เส้นทางการดูแลคนไข้ท้องไม่พร้อม 1 คนในยุคโรคโควิด-19 ระบาด หลายคน หลายอาชีพก็ทำงานจากบ้านได้ หมอหลายแผนกก็ลดจำนวนการตรวจคนไข้ลง ตรวจเฉพาะเคสที่มีอาการเร่งด่วน ผ่าตัดเฉพาะเคสที่มีความเร่งด่วน ดูเหมือนทุกๆ คนจะสบายขึ้น แต่พวกเรา เครือข่าย RSA ในฐานะที่เป็นทีมดูแลผู้หญิงที่ท้องไม่พร้อม ก็ยังต้องทำงานเหมือนเดิม รับคนไข้เท่าเดิม ให้บริการยุติการตั้งครรภ์จำนวนเคสต่อวันเท่าเดิม เคสใหม่ก็เพิ่มขึ้นในอัตราเท่าๆ เดิม และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นด้วยเรื่องราวที่ท่านจะได้อ่านต่อไปนี้...

พลิกมุมคิด แม่ใจ…ทิ้งทารกแรกเกิด (ตอนจบ)

น้องๆ บอกว่า หากเขารู้ว่าเขามีทางเลือกที่ดีกว่า หลายๆ คนก็พร้อมจะเลือก ผู้หญิงที่ได้คุยมาเขาไม่อยากให้ลูกตาย ไม่อยากฆ่าเด็ก ไม่อยากให้ตนเองถูกดำเนินคดี เพียงแต่น้องๆ เหล่านี้ไม่มีทางเลือก เข้าไม่ถึงบริการช่วยเหลือที่มีอยู่ โดยหากคนในสังคมช่วยกันปรับเปลี่ยนทัศนคติต่อผู้หญิงท้องไม่พร้อม ไม่ตัดสิน ไม่ตีตรา ไม่ใช้อคติทางเพศมาวัดว่าแบบนี้ถูกแบบนี้ผิด ทำให้ผู้หญิงเห็นว่าท้องไม่พร้อมเกิดกับใครก็ได้ หากเกิดแล้วทางเลือกที่ดีที่สุด หากผู้หญิงมีหรือรู้ข้อมูลแหล่งบริการช่วยเหลือที่ปลอดภัย น้องๆ คงเลือกไม่ทิ้งเด็ก ในส่วนของแหล่งบริการช่วยเหลือต้องทำงานเชิงรุกให้ผู้หญิงเข้าถึงง่ายขึ้น ลดเงื่อนไขการเข้ารับบริการ...

พลิกมุมคิด แม่ใจ…ทิ้งทารกแรกเกิด (ตอนแรก)

วันที่ 22 สิงหาคม 2563 หัวข้อข่าวจากหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งลงว่า แม่ใจร้ายนำทารกแรกเกิดมาทิ้งในถังขยะ...เด็กดวงแข็งส่งเสียงร้องรอดตายหวุดหวิด วันเดียวกัน ข่าวเดียวกันของหนังสือพิมพ์อีกฉบับ..แม่ทิ้งลูกสาวเพิ่งคลอดข้างถังขยะพร้อมตะกร้านม... ข่าวออนไลน์จากเว็บหนึ่ง ลงภาพทารกพร้อมคำว่า ท้องไม่พร้อมเลี้ยง หัวข้อข่าวถัดมา...ทารกน้อยถูกทิ้งในกล่องโฟมข้างกองขยะ ยุง มดกัดเต็มตัว มีกระเป๋าใส่ขวดนม เสื้อผ้าทิ้งอยู่ด้วย

เรื่องราวอัพเดทใหม่

การยุติการตั้งครรภ์แบบองค์รวม ดีกว่า ปลอดภัยกว่า (ต่อ)

ตอนที่ 2 ในประเทศไทย สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กรมอนามัย ได้จัดอบรมแพทย์ พยาบาล เรื่องการใช้ยายุติการตั้งครรภ์ทั่วประเทศ ขณะเดียวกันในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2557 ได้จัดตั้งเครือข่ายอาสา RSA ที่ประกอบด้วย แพทย์ พยาบาล และสหวิชาชีพ เพื่อจัดระบบการส่งต่อและรับส่งต่อเพื่อการยุติการตั้งครรภ์ที่เป็นมิตรและปลอดภัย...