เลือดล้างหน้าเด็กคืออะไร จะท้องมั้ย ตรวจตั้งครรภ์เมื่อไหร่ดี

มีเลือดออกจากช่องคลอดนิดนึงใช่เลือดล้างหน้าเด็กหรือ ประจำเดือนคะ … จะท้องมั้ย ตรวจการตั้งครรภ์เมื่อไหร่ดีคะ !?

ที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “เลือดล้างหน้าเด็ก” ทางแพทย์มีศัพท์เฉพาะว่า “Implantation bleeding” คือเลือดที่ออกจากการฝังตัวของตัวอ่อนที่โพรงมดลูก ผู้หญิงที่มีรอบเดือนสม่ำเสมอทุกๆ 28 วัน จะมีการตกไข่ในช่วงประมาณวันที่ 14 ของรอบเดือน (นับจากการมีประจำเดือนวันแรก) เมื่อมีเพศสัมพันธ์กัน ไข่ถูกผสมกับตัวอสุจิแล้วมีการปฏิสนธิเกิดขึ้นที่ท่อนำไข่ ซึ่งจะเกิดขึ้นภายใน 12-24 ชั่วโมงหลังไข่ตก

หลังจากนั้นไข่ที่ถูกผสมแล้ว (Zygote) จะเจริญเติบโตเป็นตัวอ่อนเรื่อยๆ (Blastocyst) และเดินทางต่อไปยังมดลูกเพื่อฝังตัวในเยื่อบุโพรงมดลูก จากการฝังตัวนี้เองในบางครั้งอาจทำให้มีหลอดเลือดเล็กๆ ในผนังมดลูกแตกจึงทำให้มีเลือดออกมาทางช่องคลอดได้ ซึ่งจะเกิดหลังตกไข่ประมาณ 6-12 วัน ขณะที่ประจำเดือนจะเกิดขึ้น 14 วันหลังจากไข่ตก สองเหตุการณ์นี้ คือเลือดล้างหน้าเด็กและเลือดประจำเดือนเกิดช่วงเวลาใกล้เคียงกันทำให้เกิดความสับสนได้ หากสังเกตอาการร่วมด้วยก็จะดี เพราะสัญญาณแรกของการตั้งครรภ์ที่จะรู้ง่ายสุด คือ การเจ็บ/คัดตึงเต้านมนั่นเอง

เลือดล้างหน้าเด็ก จะเกิดขึ้นในการตั้งครรภ์เพียงประมาณ 1 ใน 3 หรือเพียงร้อยละ 30 ผู้หญิงที่ตั้งท้องครั้งแรกมีความเป็นไปได้ที่จะมีเลือดล้างหน้าเด็ก มากกว่าตั้งท้องครั้งหลังๆ เนื่องจากเคยมีการฝังตัวของตัวอ่อนมาก่อนแล้ว เลือดล้างหน้าเด็กมีความแตกต่างกับเลือดประจำเดือน ทำให้พอจะแยกแยะจากกันได้ 4 อย่างที่เห็นได้ชัดดังนี้

  1. ระยะเวลาที่มีเลือดออก: เลือดล้างหน้าเด็กจะไหลออกทางช่องคลอดประมาณ 6-12 วันหรือเฉลี่ย 9 วันหลังไข่ตก ซึ่งจะเท่ากับว่าเลือดล้างหน้ามาเร็วกว่าประจำเดือน โดยจะเป็นช่วง 1 สัปดาห์จนถึงไม่กี่วันก่อนที่ประจำเดือนปกติจะมา ยิ่งถ้ามีเลือดออกใกล้กับวันที่คาดว่าจะเป็นประจำเดือนเท่าไรโอกาสจะยิ่งน้อยที่จะเป็นเลือดล้างหน้าเด็ก
  2. ลักษณะเลือดที่ออก: เลือดล้างหน้าเด็กจะมีออกมาเพียงเล็กน้อย กะปริดกะปรอยหรือเป็นแค่หยดเลือด เป็นรอยเปื้อนกางเกงใน บางคนอาจไม่รู้สึกอะไรไม่รู้ตัว และเลือดล้างหน้าเด็กจะหยุดไปได้เอง
    ขณะที่ประจำเดือนจะมีเลือดออกมากกว่ามาก
  3. สีเลือด: สีเลือดล้างหน้าเป็นสีชมพูจางๆ ไม่เป็นสีแดงสด และจะกลายเป็นสีน้ำตาลเข้มหรือสีสนิมแบบน้ำตาลอมแดง หรือเป็นสีดำ มีบางครั้งก็อาจเป็นสีแดงสดใสก็ได้ ส่วนเลือดประจำเดือนจะเป็นสีแดงสดใสหรือสีแดงเข้ม
  4. ระยะเวลาที่เลือดออก: เลือดล้างหน้าจะอยู่นานแค่ 1 หรือ 2 วัน ขณะที่ประจำเดือนจะเป็นนาน 3-5 วัน แต่ไม่เกิน 7 วัน

ดังนั้น ถ้ามีเลือดออก และประกอบกับ ช่วงก่อนหน้ามีเพศสัมพันธ์ไม่ได้ป้องกันหรือหรือเพศสัมพันธ์ครั้งนั้นเลือกป้องกันด้วยวิธีการคุมกำเนิดก็ตาม (ให้ประเมินไว้เลยว่ามีความเสี่ยงและอาจท้องได้) และควรตรวจปัสสาวะเพื่อยืนยันการตั้งครรภ์

ทำไมต้องตรวจ…
การตรวจตั้งครรภ์จะช่วยคลี่คลายความกังวลใจได้ และช่วยให้วางแผนต่อไปได้ว่าจะจัดการต่อไปอย่างไร รวมถึงการประเมินความพร้อมของเราต่อการตั้งครรภ์ในครั้งนั้นอีกด้วย เพราะสาเหตุของการมีเลือดออกมีเยอะมากๆ ที่มีทั้งเกี่ยวข้องกับการท้อง หรือไม่เกี่ยวข้องกับการท้องเลยก็ได้ และส่วนที่เกี่ยวกับการท้อง ก็ยังแบ่งออกเป็น ทั้งมีและไม่มีผลกระทบต่อการท้องด้วยนะ (เห้อ… สรุปคือ มีก็บอกอะไรไม่ได้เลยเนาะ เจ้าเลือดล้างหน้าเด็กเนี๊ย)

ระดับของฮอร์โมน HCG ในสัปดาห์ต่างๆ หลังการมีประจำเดือนครั้งสุดท้าย (LMP)

3 สัปดาห์ LMP: 5 – 50 mIU/ml

4 สัปดาห์ LMP: 5 – 426 mIU/ml

5 สัปดาห์ LMP: 18 – 7,340 mIU/ml

6 สัปดาห์ LMP: 1,080 – 56,500 mIU/ml

7 – 8 สัปดาห์ LMP: 7, 650 – 229,000 mIU/ml

9 – 12 สัปดาห์ LMP: 25,700 – 288,000 mIU/ml

13 – 16 สัปดาห์ LMP: 13,300 – 254,000 mIU/ml

17 – 24 สัปดาห์ LMP: 4,060 – 165,400 mIU/ml

25 – 40 สัปดาห์ LMP: 3,640 – 117,000 mIU/ml

ตรวจตั้งครรภ์เมื่อไหร่ดี

การทดสอบตั้งครรภ์ จึงเป็นอันดับแรกที่จะต้องทำ ช่วงเวลาที่เหมาะสมกับการตรวจ คือ หลังจากที่รอบเดือนขาดไปแล้ว 1 สัปดาห์ขึ้นไป หรือหลังจากการมีเพศสัมพันธ์ล่าสุดที่ไม่ได้ป้องกัน อย่างน้อย 2-3 สัปดาห์ขึ้นไป โดยชุดทดสอบการตั้งครรภ์แต่ละยี่ห้อมีการตรวจหาค่าความไวต่อฮอร์โมน HCG ที่ต่างกัน ในปัจจุบันพบว่าบางยี่ห้อมีความไวมาก สามารถซื้อได้จากร้านยาทั่วไป ชุดตรวจครรภ์ หรือ ที่ตรวจครรภ์ : การตรวจครรภ์ด้วยตัวเองนี้จะเป็นการทดสอบหาฮอร์โมน HCG (Human chorionic gonadotropin) ในปัสสาวะ ซึ่งมีด้วยกัน 3 แบบ คือ

  • แบบแถบจุ่ม ( Test Strip) อุปกรณ์ชุดนี้จะมีราคาถูก ประกอบไปด้วยแผ่นทดสอบการตั้งครรภ์ และถ้วยตวง (บางยี่ห้อไม่มี) วิธีการใช้คือเก็บปัสสาวะลงในถ้วยตวง แล้วนำแผ่นทดสอบจุ่มลงในถ้วยตวงประมาณ 3 วินาที แล้วนำออกมาจากถ้วยตวงทิ้งไว้ประมาณ 5 นาทีเพื่อรออ่านผลตรวจครรภ์ ข้อควรระวัง คือ อย่าให้น้ำปัสสาวะเลย หรือสูงเกินกว่าขีดลูกศรของแผ่นทดสอบ
  • แบบตลับหรือแบบหยด (Pregnancy Test Cassette) ชุดอุปกรณ์จะประกอบไปด้วยหลอดหยด ตลับตรวจครรภ์ และถ้วยตวงปัสสาวะ ขั้นตอนการใช้ คือ เก็บปัสสาวะลงในถ้วยตวง จากนั้นนำหลอดหยดดูดน้ำปัสสาวะแล้วหยดลงในตลับตรวจครรภ์ประมาณ 3-4 หยด วางตลับทิ้งไว้ประมาณ 5 นาทีแล้วจึงอ่านผลการตรวจ
  • แบบปัสสาวะผ่าน (Pregnancy Midstream Tests) มีเพียงแท่งตรวจครรภ์ที่ใช้ในการทดสอบเท่านั้น วิธีการใช้คือ ถอดฝาครอบออกแล้วถือแท่งให้หัวลูกศรชี้ลงพื้น แล้วปัสสาวะผ่านบริเวณที่ต่ำกว่าลูกศรให้ชุ่มประมาณ 30 วินาที จากนั้นรออ่านผลประมาณ 3-5 นาที

การอ่านผลที่ตรวจครรภ์

  • 1 ขีด ขึ้นที่ขีด C อย่างเดียว คือ ได้ผลลบ แปลว่า “ไม่ตั้งครรภ์” (หากตรวจในช่วงเวลาที่เชื่อถือได้ คือหลังจากประจำเดือนขาดตั้งแต่ 1 สัปดาห์ขึ้นไป)
  • 2 ขีด หรือ ขึ้น 2 ขีด จาง ๆ ขึ้นที่ขีด C และ T คือ ได้ผลบวก แปลว่า “น่าจะมีการตั้งครรภ์” ถ้าขีด T ขึ้นจาง ๆ แนะนำว่าให้รออีก 2-3 วันแล้วค่อยตรวจใหม่
  • ถ้าตรวจแล้วไม่ขึ้นสักขีดจะเท่ากับว่าการตรวจครั้งนั้นใช้ไม่ได้ จะต้องทำการตรวจใหม่อีกครั้งค่ะ

ดังนั้น การตรวจตั้งครรภ์ในเวลาที่เหมาะสม จึงเป็นสิ่งเดียวเท่านั้นที่จะยืนยันให้เรามั่นใจได้ว่า เพศสัมพันธ์ครั้งที่ผ่านมา ท้องหรือไม่ … และหลังจากนั้นต้องไม่เสี่ยงเพิ่มอีกนะ เพราะกว่าที่จะตรวจได้ก็ต้องรอเวลาที่จะสามารถตรวจและเชื่อถือได้อีก

แหล่งข้อมูล :
1) ระดับของ hCG ในระหว่างตั้งครรภ์เป็นอย่างไร ? https://www.womenonweb.org/
2) เลือดล้างหน้าเด็ก : เรื่องเล่าลุงหมอ โดย นพ.เรืองกิตติ์ ศิริกาญจนกูล

ร่วมติดดาวให้เนื้อหาที่ท่านชื่นชอบ

คลิกที่ดาวเพื่อติดดาวให้เนื้อหานี้

จำนวนดาวเฉลี่ย 5 / 5. จากการติดดาวทั้งหมด 9

ยังไม่มีการติดดาวให้กับเนื้อหานี้... เป็นคนแรกติดดาวให้เนื้อหานี้

ทิ้งคำตอบไว้

ร่วมแสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยน กับ RSATHAI

Please enter your comment!
Please enter your name here